วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ภูเก็ตออร์คิดฟาร์ม

ช่วงนี้พอดีมีโอกาสไปภูเก็ต แม้ตัวภูเก็ตนั้นไม่ค่อยมีชื่อเรื่องกล้วยไม้มากนัก แต่ก็มีสวนให้พอเข้าไปแวะชมได้ แต่ราคาเข้าชมเป็นราคาฝรั่ง คือ 200 บาท หากไม่รักจริงคงไม่เข้าไปดูแน่ ๆ ได้ภาพกล้วยไม้ในสวนมาให้ชมนิดหน่อย




























วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เอื้องเข็มแสด Ascocentrum miniatum vs. Ascocentrum garayi

เมื่อนานมาแล้วสมัยที่สวนจตุจักรยังมีต้นไม้ขายเยอะแยะในวันเสาร์อาทิตย์ และในช่วงนั้นผมได้มีโอกาสไปเดินเลือกซื้อกล้วยไม้ที่นั่น ก็ได้เจอกล้วยไม้ที่มีสีส้มสดใส เห็นเด่นมาแต่ไกล และด้วยสีสันนี้เองจึงเป็นกล้วยไม้ที่ผมชอบอีกชนิดหนึ่ง กล้วยไม้ชนิดนี้คือเข็มแสด แต่ว่า.......

หลังจากนั้นได้ลองหาข้อมูลของกล้วยไม้ชนิดนี้ทั้งในเว็บและในหนังสือก็พบชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Ascocentrum miniatum

แต่ภายหลังเมื่อค้นหาข้อมูลต่อไปก็พบว่า จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกสปีซีส์ ที่มีลักษณะคล้ายกันมากและมักจะสับสนกันเสมอซึ่งก็คือ
Ascocentrum garayi



Ascocentrum miniatum (Lindl.) Schltr.
กล้วยไม้นี้มีการกล่าวถึงครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2391 ใน "Botanical Register" โดย John Lindley เขาได้ตรวจสอบตัวอย่างที่เก็บจากชวา และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saccolabium miniatum  ในภายหลัง Rudolf Schlechter ได้ทบทวนและย้ายมายังสกุล Ascocentrum เมื่อพ.ศ. 2456


Ascocentrum garayi Christenson แม้จะมีการเลี้ยงกล้วยไม้ชนิดนี้มานานแต่เพิ่งถูกกล่าวถึงไว้ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ชื่อว่า "Lindleyana " ของสมาคมกล้วยไม้อเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2535 Christenson ตั้งชื่อกล้วยไม้นี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ Leslie Garay อดีตภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์พืช Oakes Ames แห่งมหาวิทยาลัย Harvard


ความแตกต่างของกล้วยไม้สองชนิดนี้ที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือดอก โดย Ascocentrum miniatum ดอกจะค่อนข้างใสกว่า ทำให้เห็นเส้นที่ดอกได้ชัดกว่า กลีบดอกจะค่อนข้างยาวเรียว ปลายกลีบปากจะโค้ง ในขณะที่ Ascocentrum garayi ดอกจะสีเข้มทึบออกจะด้าน ๆ กว่า ทำให้สีสันนั้นดูเข้มกว่า กลีบดอกจะกลมมนกว่า ปลายกลีบปากจะค่อนข้างตรง


เนื่องจากไม่มีรูปของทั้งสองชนิดหากต้องการดูรูปให้ไปดูที่ลิงค์ข้อมูลของกล้วยไม้สองชนิดนี้ด้านล่าง

Ascocentrum garayi
http://www.orchidspecies.com/ascocentrumminiatum.htm
http://www.yonggee.name/Notes/Asco_garayi.htm

Ascocentrum miniatum
http://www.orchidspecies.com/ascocminiatum.htm

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

เอื้องแปรงสีฟัน


พอดีช่วงหลังน้ำท่วมไปเดินจตุจักรแล้วได้กล้วยไม้มา โดยจำชื่อที่คนขายบอกไม่ได้ มันแทงช่อดอกออกมาเป็นต้นแรกในปี 2555 หลังจากค้นหาชื่อก็พบว่าเป็นต้นเอื้องแปรงสีฟ้น

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า

Dendrobium secundum (Bl.)  Lindl.

ชื่อไทยนั้นมีหลายชื่อ ได้แก่ เอื้องแปรงสีฟ้น, เอื้องหงอนไก่, เอื้องสีฟ้น, เอื้องแปรงสีฟ้นพระอินทร์, คองูเห่า, กับแกะ ในอินโดนีเซียเรียก Anggerek sikat gigi (toothbrush orchid) สามารถพบได้ทุกภาคตามป่าผลัดใบถึงป่าดิบเขา ที่ระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึง 1600 เมตร พบทั้งในจีนตอนใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตามเกาะต่าง ๆ ในแปซิฟิคเรื่อยไปจนถึงเกาะปาปัว-นิวกีนี


ดอกของเอื้องแปรงสีฟัน(flower of Dendrobium secundum)เมื่อยังตูม

ตอนแรกคิดว่าต้นนี้มันจะไม่รอดแน่เพราะใบเริ่มร่วง แต่จริง ๆ แล้วนั้นมันเป็นธรรมชาติของมันที่จะทิ้งใบก่อนออกดอก ที่มันได้ชื่อแปรงสีฟ้นก็น่าจะมาจากเมื่อมันทิ้งใบแล้วดอกก็ออกเป็นช่อ ดอกทั้งหมดจะหันไปทางเดียวกัน เลยคล้ายแปรงสีฟันดอกมีสีชมพู แต่บางคร้้งพบว่าเป็นดอกสีขาวซึ่งพบได้ยาก แน่นอนราคาก็สูงกว่ามาก (ราคาจากเว็บ http://siameseorchidfarm.com จาก 280 บาทเป็น 1,200 บาท เนื่องจากไม่สามารถเพาะเมล็ดลงขวด ซึ่งการเพราะเมล็ดอาจทำให้ได้ต้นที่ไม่ได้เป็นสีขาวเผือก จึงต้องใช้การแยกกอ แยกตะเกียงเอา)

ดอกของเอื้องแปรงสีฟัน(flower of Dendrobium secundum) ดอกบานแล้วบางส่วนหลังจากภาพแรก 12 วัน


ต้นเอื้องแปรงสีฟันนี้สามารถปลูกเลี้ยงได้ในที่ที่อากาศเย็นประมาณ 15 องศาเซลเซียสไปจนถึงอากาศร้อนอย่างในกรุงเทพ